หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เชียงราย

ที่อยู่

อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ หมู่ 1. บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน เชียงราย 57151 Thailand

วันและเวลาทำการ

วันอังคาร - วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์)
เวลา 8.30 - 16.00 น.

แผนที่

Google Maps

ช่องทางติดต่อ

053-784-444 - 6

ค่าเข้าชม

ชาวไทย 150 บาท

ชาวต่างชาติ 200 บาท

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าชมฟรี


ศูนย์ศึกษาวิวัฒนาการยาเสพติด หอฝิ่น เกิดขึ้นจากพระราชปรารภของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งเสด็จทอดพระเนตรบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อันประกอบด้วยดินแดนของประเทศลาว พม่าและไทย ที่ชาวโลกรู้จักเพียงแค่เป็นที่ปลูกฝิ่น ผลิต และค้าขายยาเสพติดแหล่งใหญ่ อันเป็นเหตุให้เสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศ จากการแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ โครงการในพระราชดำริของพระองค์ ที่สามารถลดอุปทาน (supply) ของการผลิตและค้าฝิ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างดี จึงทรงมีพระราชดำริที่จะให้ประชาชนได้เรียนรู้เรื่องมหันตภัยอันเกิดจากฝิ่นและสารเสพติดเพื่อลดอุปสงค์ (demand) ของการใช้สารเสพติดทั้งปวงมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ดำเนินการตามพระราชปรารภ โดยจัดสร้างหอฝิ่น ในพื้นที่บ้านสบรวก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยค้นคว้า ราบรวมข้อมูลเรื่องรางเกี่ยวกับฝิ่น และสารเสพติดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เริ่มก่อสร้างในปีพ.ศ. 2542 โดยตลอดระยะเวลา 6 ปีของการก่อสร้างก็ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ในหลายมิติจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ที่ให้การสนับสนุนด้านการจัดหางบประมาณ ด้านข้อมูล รูปภาพ วัตถุอุปกรณ์ต่างๆเพื่อการจัดแสดงนิทรรศการ หอฝิ่นจึงเป็นดอกผลแห่งแรงบันดาลใจในการสืบสานแนวพระราชดำริสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำเร็จเรียบร้อยสมบูรณ์และเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้อย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ. 2548 หอฝิ่น จัดเสนอเนื้อหาประวัติศาสตร์และพัฒนาการของฝิ่น และสารเสพติดที่ได้จากฝิ่น สงครามฝิ่น ขบวนการค้ายาเสพติด ที่ซับซ้อนอยู่ในทุกส่วนของโลกสารเสพติดอื่นๆ ผลกระทบของสารเสพติดต่อสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และต่อบุคคล ผู้เข้าชมได้มีปฏิสัมพันธ์ สัมผัส ตระหนักถึงมหันตภัย เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อปัญหาจากฝิ่นและสารเสพติด ได้ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้และร่วมกันแก้หรือควบคุมปัญหายาเสพติด ตลอดจนนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง หอฝิ่น จึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งเรียนรู้ให้ข้อคิดเท่านั้น ยังเป็นสื่อสัญลักษณ์สะท้อนอานุภาพแห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงห่วงใจประชาชาติ และราษฎรไทยที่ต้องเผชิญภัยคุกคามจากสารเสพติดและได้ทรงทุ่มเทความพยายามแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง กระทั่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติและองค์การสหประชาชาติ ได้ลบชื่อประเทศไทยออกจากรายนามประเทศที่มีการปลูกฝิ่นติดอับดับโลกนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 เป็นตันมา