รู้ไว้ดีแน่!! 4 วิธี เสริมใยเหล็กจิตใจ ให้พร้อมรับมือ ก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศ

การเตรียมตัวไปเรียนต่อต่างประเทศ เชื่อว่า หลายคนคงเตรียมตัวเรื่องโรงเรียน เรื่องมหาวิทยาลัย การสมัครเรียน รวมไปถึงการขอวีซ่าเอกสารต่างๆ ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ข้าวของเครื่องใช้ ยาประจำตัว และวางแผนทางการเงินเรียบร้อยแล้ว  

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ถ้าเตรียมตัวไว้อย่างดี ก็จะทำให้ไร้อุปสรรคในการเดินทาง การเรียน และการไปอาศัยอยู่ต่างบ้านต่างเมืองได้ 

อย่างไรก็ตาม มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การเตรียมใจ เพราะการไปอยู่ต่างประเทศเป็นการไปเห็นโลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แม้เราจะพยายามเตรียมตัวไปดีขนาดไหน แต่ก็อาจจะมีเรื่องหรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ 

ในฐานะ “นักเรียนต่างชาติ” แม้สิ่งที่จะไปเจอจะเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ก็อาจจะมีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้อยากเก็บของและกลับบ้านได้เช่นกัน 

ดังนั้น เตรียมพร้อมด้านจิตใจไว้ก่อน ก็น่าจะช่วยได้ เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์นั้นจริงๆ

1. ความคาดหวังแบบโปรเฟสเซอร์

เรื่องนี้มักเกิดขึ้นกับ “นักเรียนทุน” ที่มีผลการเรียนดีและได้รับทุนไปศึกษาต่อ เมื่อไปที่นู่น เพื่อนๆ จะคาดหวังในความเก่งของนักเรียนเหล่านี้ 

เมื่อเป็นที่คาดหวัง ก็มักจะทำให้รู้สึกกดดันได้ง่ายๆ และบางครั้งก็อาจจะทำให้รู้สึกนอยด์ 

เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกกดดันหรือรู้สึกแย่เกินไป พยายามยืนหยัดเป็นตัวของตัวเอง และวางเฉยกับความคาดหวังของผู้คน แล้วหันมาให้ความสำคัญกับความรู้สึก และเป้าหมายในการเรียน และการใช้ชีวิตของเราจะดีกว่า 

2. ปล่อยวางความสัมพันธ์ที่ไม่ดี

การไปศึกษาต่อต่างบ้านต่างภาษาก็มีปัญหามากพออยู่แล้ว ถ้าเจอความสัมพันธ์ที่ไม่ดี หรือเป็นพิษ จากเพื่อนหรือคนรอบข้าง คงจะยิ่งทำให้แย่เข้าไปใหญ่ 

สิ่งที่ต้องทำถ้าเจอความสัมพันธ์ที่ไม่ดีคือ เลิกให้ความสำคัญ และปล่อยวางเสีย และหันมาโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำ คือ การศึกษาที่เราตั้งใจมาศึกษาหาความรู้ เพราะหวังว่า จะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพให้ประสบความสำเร็จในอนาคต 

เมื่อเราอยู่คนเดียวในที่ที่ไม่ได้เรียกว่า “บ้าน” เราควรให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของเราเหนือสิ่งอื่นใด แรกๆ มันอาจจะยากที่จะทำ แต่เราก็ต้องปล่อยไป เพราะสุดท้ายมันเสียเวลาเปล่า และอยากให้ทุกคนคิดว่า เราคู่ควรกับเพื่อนที่ดี ที่ปฏิบัติต่อเราดีเช่นเดียวกับที่เราปฏิบัติต่อเขา 

3. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน-ดีที่สุดแล้ว 

การไปเรียนต่อเมืองนอก เป็นการฝึกให้เราได้เรียนรู้ที่จะเข้มแข็งทั้งกายและใจ ทั้งต้องทนกับสภาพอากาศที่ไม่เหมือนบ้านเรา ต่อสู้กับการเรียนที่หนักหน่วง หรือต้องทำใจให้เข้มแข็งถ้ามีแต่คนที่เป็นพิษอยู่รอบตัว 

สิ่งเหล่านี้ อาจทำให้เราอยากมีครอบครัวหรือเพื่อนรักมาอยู่เคียงข้างเพื่อให้กำลังใจยามที่จิตใจและร่างกายของเราอ่อนแรง แต่หันไปทางไหนก็ไม่เจอใคร เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ และพวกเขาไม่สามารถรู้ทุกอย่างหรือทุกคนและเข้าใจสถานการณ์ได้เพียงพอ 

สุดท้าย ตนนี่แหละเป็นที่พึ่งแห่งตนที่ดีที่สุด กำลังใจของเรานี่แหละที่จะเติมพลังให้กับเราได้ดีที่สุด การเรียนรู้ที่จะเข้มแข็งและยืนหยัด เมื่อล้มก็รีบลุกขึ้นมาให้เร็วที่สุด 

คิดเสียว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป 

มีสติ และทำให้ดีที่สุดในทุกๆ เรื่อง ทำสิ่งที่ควรทำ อย่าทำสิ่งที่ไม่ควรทำ แม้จะฝืนในตอนแรก แต่เมื่อหันกลับมาเราจะภูมิใจในตัวเองที่ผ่านมาได้ 

อย่าทำร้าย หรือทำลายตัวเอง มันไม่มีประโยชน์ และไม่ใช่แค่เราเสียใจ แต่ครอบครัวและคนที่รักเราจะเสียใจด้วย 

โฟกัสที่การเรียน และตั้งใจเรียนให้จบ เพื่อความภาคภูมิใจของตัวเอง และคนที่คอยเราอยู่ข้างหลัง

4. บางครั้งก็เป็นคนนอกกับคนที่บ้าน

เมื่อเรามาอยู่ต่างประเทศ ซึ่งห่างไกลจากบ้านมากๆ ทำให้บางครั้งไม่ได้รับทราบข่าวคราว และความเป็นไปของที่บ้าน จนทำให้เราอาจจะรู้สึกว่า เรากลายเป็นคนนอกของคนที่บ้าน ไม่ว่าเราจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม เราก็ไม่สามารถติดต่อกับคนที่บ้านได้บ่อยและตลอดเวลาเท่าที่อยู่เมืองไทย 

แม้จะรู้สึกเป็น “คนนอก” แต่อยากให้จำไว้ว่า มันเป็นแค่ความรู้สึกเท่านั้น ไม่ต้องนอยด์ หรือจิตตก แต่ให้คิดถึงสิ่งสำคัญที่เราพยายามยึดมั่นไว้  และให้คิดไว้เสมอว่า เราไม่ใช่คนนอก เราไม่ใช่คนอื่นของคนที่เรารัก 

เพียงแต่ตอนนี้ เรามาเรียนหนังสือ เราอาจจะห่างไปบ้าง แต่เรายังเป็นที่รักของคนที่บ้าน ของครอบครัว และของเพื่อนๆ อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

การเรียนในต่างประเทศเป็นโอกาสที่ดีในหลายๆ ด้าน แต่ก็อาจมีหลายด้านที่เป็นประสบการณ์ที่ไม่โอเค แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือ ประสบการณ์ที่มีค่า 

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ย่อมดีเสมอ ไม่เป็นไร ถ้าจะเจอสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจบ้าง แต่ประสบการณ์และสถานที่ที่จะพาเราไปคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุด