ติดโควิด ไม่ปิดการเรียนรู้ ‘เข้าค่ายที่บ้าน’ สร้างสรรค์กิจกรรมสนุกในวันปิดเทอมที่ต้องอยู่ติดบ้าน

สืบเนื่องมากจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทำให้ปีนี้ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ออกจะเป็นการปิดเทอมที่ยาวไกลอยู่สักหน่อยสำหรับปีนี้ ซึ่งหากมองให้หลากแง่หลายมุมแล้ว เราไม่อาจจะตัดสินแทนคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองหรือแม้แต่ตัวเด็กๆ เองได้เลยว่ามันเป็นเรื่องดีหรือไม่ แต่เมื่อชีวิตต้องดำเนินต่อไป ก็ป่วยการที่จะมาตั้งคำถาม สู้ทำให้ชีวิตช่วงนี้มันสว่างไสวให้ขัดใจโควิดไปเลยจะดีกว่า ดังนั้นเราจึงนำวิธี ‘อยู่บ้านอย่างไรให้สนุก’ มาฝากกัน

เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนที่ต้องแหง่วอยู่ที่บ้านกับลูกๆ พิเศษสุดสำหรับปิดเทอมนี้ต้องอยู่กับแบบ 24/7 หรือเต็มที่ 7วัน วันละ 24 ชั่วโมงน่าจะสรรหากิจกรรมมาทำกับลูกจนหลายบ้านแทบจะหมดมุกแล้ว แต่จะเป็นอย่างไรล่ะ ถ้าหากว่าเราทำกิจกรรมเหล่านั้นให้แอดวานซ์มากขึ้น พัฒนาสมองมากขึ้น พัฒนาร่างกายมากขึ้น สนุกสนานมากขึ้น ที่สำคัญสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างพ่อแม่และลูกเพิ่มมากขึ้นด้วย…เรามา ‘เข้าค่ายที่บ้าน’ กันเถอะ  

การเข้าค่ายที่บ้านไม่ใช่เพียงแค่เผาเวลาปิดเทอมให้ ‘หมดๆ ไป’ เท่านั้น แต่มันมีวิธีการที่จะสามารถสร้างประโยชน์ เป็นความทรงจำที่ดีอันยาวนานของเด็กๆ ที่มีต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง แบบง่ายๆ และไม่ได้ใช้งบประมาณมากด้วย

เริ่มจากการเตรียมสถานที่ หากคุณมีสวนหลังบ้าน บางทีคุณอาจจะต้องการเตนท์น่ารักๆ สักหลัง แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะคุณสามารถใช้ทุกส่วนของบ้านเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของลูกได้ ไม่ว่าจะเป็น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน หรือแม้แต่ระเบียงบ้าน โดยเริ่มเป็นสเต็ปง่ายๆ นั่นก็คือ วางแผน ดูกันว่าปิดเทอมนี้คุณอยากให้ค่ายของคุณเป็นค่ายเพื่ออะไร อาจจะเป็น ค่ายสำรวจธรรมชาติ ค่ายคณิตศาสตร์ ค่ายวิทยาศาสตร์ ค่ายศิลปะเจ้าตัวน้อย ฯลฯ แล้วลงรายละเอียดในแต่ละค่ายลงไป

ค่ายวิทยาศาสตร์

เพื่อให้เด็ก ๆ ที่รักวิทยาศาสตร์ได้เพลิดเพลินไปกับโอกาสที่จะทำการทดลองและเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นไปของโลก เราสามารถสร้างกิจกรรมประกอบการเรียนรู้ได้ เช่น คุณสามารถสอนลูกเกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมีที่เกิดจากการทำน้ำมะนาวระหว่างที่ให้เด็กๆ ได้ลองปรุงน้ำมะนาวเองด้วย หรือ สร้างสวนวิทยาศาสตร์ โดยให้เด็กเพาะเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตง่าย เช่น ถั่วงอก ดอกทานตะวัน บล็อกโคลี่ โดยปลูกไว้ในจาน หรืออุปกรณ์ใดๆ ที่มีอยู่ในบ้านแล้วใช้ผ้าเปียกปิดไว้ ระหว่างนี้ให้เด็กๆ จดรายละเอียด และตั้งข้อสมมติฐานว่าคิดว่าจะใช้เวลานานเท่าไร แล้วให้ติดตามผลทุกวัน ดูแลผ้าเปียกไม่ให้แห้ง แล้วให้พวกเขาแต่งรอบบริเวณจานนี้ให้เป็นป่าตามจินตนาการ เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่วัน พันธุ์พืชเหล่านี้ก็จะผลิดอก ก็ให้เด็กๆ จดบันทึกอีกครั้ง นี่เป็นการทดลองที่ให้เด็กๆ ได้ฝึกการสังเกต จดรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเมล็ดพันธุ์เล็กๆ และเมื่อเรานำสิ่งที่ได้จากเพาะนั้นมาทำประโยชน์เช่น ทำอาหาร เด็กๆ ก็จะเกิดความภาคภูมิใจอีกด้วย

ค่ายคณิตศาสตร์

ไม่ว่าลูกๆ ของคุณจะอายุเท่าไร เป้าหมายในการสร้างค่ายคณิตศาสตร์ก็คือ สนุก และทำให้คณิตศาสตร์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวสำหรับเด็กบางคนอีกต่อไป ดังนั้นนอกจากจะคิดเรื่องเสริมทักษะแล้วคุณยังต้องมองหาความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำให้เด็กๆ ของคุณสนุกขึ้นด้วย  อาทิเช่น ทอยลูกเต๋า เกมที่แสนง่ายแต่จะสนุกขึ้นได้ด้วยการสร้างกฎที่สร้างสรรค์ เตรียมลูกเต๋า 2 ลูก กระดาษ ปากกา จากนั้นเรียกเด็กๆ มานั่งล้อมวง โดยให้ผู้เล่นทอยลูกเต๋า เมื่อเลขออกมา 2 เลข จับมันคูณกัน (หรือจะทำอะไรมากกว่านี้ก็ได้) ถ้าตอบถูก ได้คะแนน ให้จดคะแนนไว้ในกระดาษที่เตรียมไว้ แล้วผู้เล่นคนอื่นก็เล่นต่อไปเรื่อยๆ ใครตอบถูกได้จำนวนข้อตามที่กำหนดไว้เป็นผู้ชนะ ทั้งนี้ระหว่างการเล่น อาจจะมีการหักคะแนนผู้ที่ตอบผิด หรือผู้ที่จับได้ว่าคำตอบที่ผู้เล่นอื่นตอบนั้นผิดก็ได้คะแนนพิเศษไป ซึ่งจะยิ่งสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้เด็กๆ มากยิ่งขึ้น

ค่ายศิลปะ

กิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะมีเยอะมาก คาดว่าพ่อแม่ผู้ปกครองคงจะได้ยินเกี่ยวกับกิจกรรมทางด้านศิลปะมากมาย แค่ไม่กลัวที่เด็กๆ จะต้องมือเลอะ แล้วเลือกสักกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น ‘ปั้นแป้งโดว์’ เพื่อฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก และเรียนรู้เรื่องสีและการประสมสี หรือจะเป็นกิจกรรม ‘วาดอะไรก็ได้ใน 1 นาที’ ซึ่งจะฝึกให้เด็กได้เรียนรู้การจัดการเวลา และเมื่อนาทีแรกจบ ลองเริ่มนาทีที่ 2 และต่อๆ ไป จะทำให้เด็กๆ ได้จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ หรือจะเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ปล่อยเด็กๆ ไว้กับสีน้ำและกระดาษ ปล่อยให้เขาได้ทำตามใจตนเองในวลาที่เหมาะสม แล้วดูว่ากระดาษแผ่นนั้นจะเปลี่ยนเป็นงานศิลปะชนิดใด

ค่ายสำรวจธรรมชาติ

มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มากมายที่กล่าวถึงประโยชน์ของธรรมชาติที่มีต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็น ลดความเครียด เพิ่มความจำระยะสั้น เพิ่มการมองเห็นที่ดีขึ้น เพิ่มสมาธิสมาธิ มีความคิดสร้างสรรค์และมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าสนามเด็กเล่นตามธรรมชาตินี้เอื้อต่อการพัฒนาในเชิงบวกของเด็กได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นลองเดินเล่นเป็นเพื่อนเด็กๆ สำรวจธรรมชาติรอบบ้าน แล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาพูดคุยกัน เช่น เมื่อเห็นผีเสื้อ อาจจะคุยกันเรื่องวงจรชีวิตตั้งแต่เป็นหนอนน้อยจนกลายเป็นผีเสื้อสีสวย หรือหยิบหินรูปร่างแปลกตามาเล่นเกมทิคแทคโท หรือลองชวนเขาเลี้ยงนกแล้วดูวิธีการใช้ชีวิตของมัน จากนั้นพอตอนกลางคืนก็ลองนอนที่เตนท์ในสวน หรือหากไม่มีก็อาจจะลากหมอนผ้าห่มมาที่ระเบียงแล้วนอนดูดาวด้วยกัน เพื่อทำความรู้จักกับกลุ่มดาวต่างๆ ให้มากขึ้น เป็นต้น

เมื่อวางแผนสำหรับกิจกรรมที่อยากลูกๆ ได้ทำกันแล้ว ก็ลองมาแบ่งเวลาโดยอาจจะแบ่งวันว่า วันนี้เป็นค่ายคณิตศาสตร์ก็อาจจะเป็น

เช้า : เรียนรู้คณิตศาสตร์ในบ้าน
สาย : เวลาอาหารว่าง จากนั้น เรียนรู้ต่ออีกหน่อย
เที่ยง : อาหารกลางวัน
บ่าย : กิจกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้น แล้วเปลี่ยนเป็นค่ายอื่นๆ ในวันถัดไป

หรือจะนำหลายๆ ค่ายมารวมกันในวันเดียวเป็นค่ายที่มีกิจกรรมมากมายไม่น่าเบื่อให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในแต่ละวัน จนถึงวันเปิดเทอมเลยก็ได้

ประโยชน์ของการเข้าค่ายที่บ้านนั้นมีมากมายหลายอย่างมาก ที่สำคัญเหมาะมากสำหรับสถานการณ์โควิดที่มีเรื่องให้ต้องระมัดระวังหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาระยะห่างทางสังคม การเงินที่พ่อแม่อาจจะรายได้ไม่เท่าเดิม และการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเด็กๆ เมื่อเปิดเทอมต่อไป เพราะการเข้าค่ายในบ้านไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียมตัวนาน ไม่ต้องเดินทางออกไปไหน ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม ปลอดภัยเพราะอยู่ในบ้านที่คุ้นเคย ดูแลสุขอนามัยของเด็กได้อย่างเต็มที่ และหากนี่เป็นการเข้าค่ายครั้งแรกของเด็กๆ ก็ยิ่งเป็นการดีที่เขาจะได้เตรียมตัวสำหรับการเข้าค่ายที่โรงเรียนอาจจะจัดขึ้นเมื่อเปิดเทอมแล้ว ที่สำคัญมันดีต่อพ่อแม่ผู้ปกครองด้วยที่จะได้ใช้เวลาคุณภาพกับลูกได้ยาวๆ แบบพลิกวิกฤตโควิดให้เป็นโอกาสได้โคกิจกรรมกับลูกรัก

ทุกอย่างอยู่ที่บ้านหมดแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก็แค่ทำให้มันเป็นเรื่องสนุกขึ้นมา แล้วเด็กๆ จะได้มีโอกาสเรียนรู้ด้วยความรู้สึกที่ดีที่จะติดอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต